แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจเครือข่าย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจเครือข่าย แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553

ที่มาของรายได้ในธุรกิจเครือข่าย

Posted by My Network | วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553 | Category: , | Comments



ก่อนที่เราจะตัดสินใจทำธุรกิจอะไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ธุรกิจเครือข่ายเท่านั้น เราต้องรู้แหล่งที่มาของรายได้ที่เราจะได้รับให้ชัดเจนก่อนถึงจะลงมือ และลงทุนได้ ถ้าทำลงทุนไปโดยที่ไม่รู้เลยว่า แหล่งที่มาของรายได้ของเรา อยู่ที่ไหน ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาเงินไปโยนทิ้ง

การพิสูจน์ที่มาของรายได้ในธุรกิจเครือข่าย

ถ้าเราไม่ใส่ใจว่า ธุรกิจเครือข่ายนั้น ๆ ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าประเภทไหน ไม่ว่าจะ อุปโภค-บริโภค, อาหารเสริม, เครื่องสำอาง, หรือแม้กระทั่ง ปุ๋ย เป็นต้น การที่มีลูกค้าซื้อสินค้าไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม โดยปกติแล้วธุรกิจเครือข่ายจะต้องมี ระบบจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้
การเก็บข้อมูลตรงนี้จะเป็นตัวบอกว่า ในเดือนหนึ่ง ๆ ที่ผ่านไปใครซื้อสินค้า หรือขายสินค้ามากน้อยแค่ไหน และปันผลคืนให้ในรูปแบบของสหกรณ์ในโรงเรียนตอนเด็ก ๆ นั้นล่ะครับ ซื้อเยอะก็ได้คืนเยอะ ซื้อน้อยก็ได้คืนน้อย ก่อนที่จะเป็นธุรกิจเครือข่าย ก็คือสหกรณ์นั่นเอง
เมื่อธุรกิจที่มีลักษณะของสหกรณ์ มันไม่แฟร์ตรงที่ เราอุตส่าห์ไปบอกเพื่อน ให้มาซื้อของที่นี้แล้วได้เงินคืน ทำไมเราไม่ได้อะไรกลับมาบ้างน้า ก็เราเป็นคนโฆษณาให้ชัด ๆ รู้ไหมว่าสหกรณ์ของคนเติบโตขึ้นได้เพราะ เรานะเนี่ย….
นี่ล่ะครับธุรกิจเครือข่ายคือ คำตอบ
ในธุรกิจเครือข่ายจะต้องมี ระบบที่คอยจดจำให้เราว่า เราชักชวนหรือแนะนำ สินค้าให้ใครบ้าง เราไปบอกให้ใครมาซื้อบ้าง ซึ่งยิ่งบอกเยอะคนซื้อก็เยอะขึ้น มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเรียกว่า องค์กรหรือเครือข่าย
อัตราการบริโภคหรือใช้สินค้า ผ่านการแนะนำของเราและองค์กร ถือว่าเราเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตรงนี้ เพราะถ้าเราไม่บอกไม่แนะนำก็ไม่มีคนมาซื้อของจากบริษัทคุณหรอกนะ ตรงนี้เองที่บริษัทธุรกิจเครือข่าย เค้าสำนึกในบุญคุณของเรา จึงผลปันเป็นรายได้ให้กับเรานั้นเอง
ตรงนี้เองที่เอาไว้พิสูจน์แหล่งที่มาของรายได้ในธุรกิจเครือข่ายต่าง ๆ คราวนี้เราก็ต้องมาดูอีกว่า บริษัทไหนปันผลให้กับเราหรือสมาชิกอย่างไรบ้าง

ลักษณะการปันผลในธุรกิจเครือข่าย

ทุก ๆ ธุรกิจเครือข่ายจะปันผลในกับลูกค้าและองค์กรของเค้าผ่านทางข้อกำหนดของ แผนการตลาด นั้นเอง ที่เค้าเรียก ๆ กันว่า แผนฉันดีอย่างนั้น อย่างนี้ อย่าไปเสียเวลาเอา แผนการตลาดของเราไปทะเลาะกับแผนการตลาดของคนอื่นเลยครับ แต่ล่ะแผนสร้างให้มีคนที่ประสบความสำเร็จ กันแล้วทั้งนั้น
แผนการตลาด เป็นข้อกำหนดที่บอกว่าเราและองค์กรมียอดใช้สินค้าเท่าไหร่ แล้วจะปันผลเป็นกี่ % ( เปอร์เซ็น )
คนที่ไม่เข้าใจลักษณะแผนการตลาดแบบนี้มักจะมองว่า
ธุรกิจเครือข่าย => แชร์ลูกโซ่ => กินหัวคิว => ธุรกิจน่ารังเกียจ
มองแบบนี้บอกได้ว่าเค้าไม่เข้าใจ รูปแบบการดำเนินธุรกิจในแบบที่ผมอธิบายไปข้างต้น ยังไม่อีกหลากหลายเหตุผลที่เราสามารถยกขึ้นมาเป็นปัจจัยสนับสนุนในเข้าใจมากขึ้นได้อีก
อีกข้อหนึ่งที่เราต้องยอมรับว่า ธุรกิจเครือข่ายนี้ ทำให้คนประสบความสำเร็จเป็นหลักหลายล้านคนทั่วโลกมาแล้วก็ว่าได้ ผลิกจากชีวิตที่ไม่มีอะไรเลย กลับกลายเป็นเศรษฐีได้ แต่อีกแง่หนึ่งก็มีอีกหลายคนที่ต้องเจ็บตัวกับธุรกิจเครือข่าย เช่นกัน 
ขอบคุณบทความดีๆ www.giveyousuccessดอทcom

คน + ระบบเครือข่าย = เงิน

Posted by My Network | | Category: , , , , | Comments



หายไปหลายวันครับช่วงนี่เรียนหนักงานเยอะไม่มีเวลามาเขียนบล๊อก

ตอนนี้ไม่ได้ทำงานประจำ ว่างๆขี่รถเที่ยวไปเรื่อยๆนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อก่อนตอนนั้นเราทำงานหนักและเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน แล้วดูเราตอนนี้สิ รู้สึกสบายใจกับการใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนขี่รถเที่ยวไปทั่วไม่ต้องมานั่งทำงานดึกๆดื่นๆ ผมก็คิดว่าผมน่าจะทำแบบนี้นานแล้วมันรู้สึกดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ ลองนึกดูเมื่อก่อนผมใช้ระบบ

แรง + เวลา = เงิน

แต่เดี๋ยวนี้ผมใช้ระบบ

คน + ระบบเครือข่าย = เงิน


ตอนนี้ผมรู้สึกสบายใจกว่าเมื่อก่อนเพราะมีเวลาเหลือมากพอที่จะมีเวลาไปผมกับผู้คนมากมายมีเวลาอยู่กับ เพื่อนๆกับคนที่บ้าน ไม่ต้องมานั่งกดดันกับการทำงานประจำ กำหนดเวลาการใช้ชีวิตได้มากขึ้น มันเป็นระบบที่ทำให้ผมมีชีวิตที่ดีขึ้น

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

ทำไม 99% ของคนทำธุระกิจเครือข่ายถึงล้มเหลว

Posted by My Network | วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553 | Category: , , , , , , , , | Comments


ทำไม 99% ของคนทำธุระกิจเครือข่ายถึงล้มเหลว
บางคนที่ล้มเหลวอาจจะโทษ อัพไลน์บ้าง บรษัทบ้าง ผลิตภัณฑ์บ้าง 
ผมอยากลองให้คุณมองมันใหม่
นักธุรกิจเครือข่ายทั้ง 99% ที่ล้มเหลวนั้นอาจจะเกิดจาก ไม่รู้วิธีการทำงานที่ถูกต้อง  
ต่างหากครับที่ทำให้เขาล้มเหลว ปัญหาส่วนใหญ่ของเขาคือ พูดไม่เก่ง  ไม่รู้จะชวนใคร อาย กลัว และก็จะยอมแพ้ในที่สุดและก็จะเหลือแค่ 1% เท่านั้นละครับ ที่ยังคงอยู่รอดและประสบผลสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย รู้ไหมครับว่าทำไมพวกเขาจึง ประสบความสำเร็จ???
คำตอบก็คือ เขารู้วิธีการทำงานที่ถูกต้อง ดี ประหยัดเวลา และใช้ระบบอัตโนมัติทำงานแทน
เห็นไหมครับว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่างคนที่ล้มเหลวกับคนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้

การสร้างธุรกิจเครือข่ายให้สำเร็จ
1.ทำความเข้าใจกับบริษัทและสินค้า
2.สร้างรายชื่อผู้มุ่งหวัง
3.สปอนเซอร์ลูกทีมและจัดนัดพูดคุย
4.ติดตามผล

ทำเพียงเ่ท่านี้คุณอาจเป็น1% ในนั่นก็ได้

วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

จุดต่างของธุรกิจเครือข่าย เมื่อเทียบกับธุรกิจทั่ว

Posted by My Network | วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553 | Category: , , , | Comments


ธุรกิจเครือข่าย ก็เป็นธุระกิจ 1 ธุรกิจ
จุดต่างของธุรกิจเครือข่าย เมื่อเทียบกับธุรกิจทั่ว

 1. ลงทุนน้อย หลักร้อย หลักพัน
 2. รายได้ทวีคูณ แบบเจ้าของกิจการ ไร้ขีดจำกัด
 3. ความเสี่ยงต่ำ
 4.ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณมากอน
 5. มีระบบและทำงานแบบทีม มีที่ปรึกษา
 6. ย่นย่อเวลาความสำเร็จ
 7.ทางออกสู่อิสรพาพ ด้านการเงิน และเวลา
 8. เป็นงานเลี่ยนแปลงชีวิต ไม่ใช่สร้างแค่รายได้
 9. เป็นงานที่สามารถเกษียญตัวเอง และ เป็นมรดก
 10.. อื่นๆ 



ในขณะที่ธุรกิจทั่วไป ลงทุนสูง ความเสี่ยงสูง ต้องมีประสบการณ์

วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

การสร้างธุรกิจเครือข่าย

Posted by My Network | วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553 | Category: , , | Comments


แนวทางการสร้างธุรกิจเครือข่าย

เครือข่ายแบบง่ายๆ ในขั้นตอน การแนะนำ
หรือการสปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายมากนัก
โดยจะมีขั้นตอน ดังนี้

1. รวบรวมรายชื่อเป้าหมายและเสนอขายผลิตภัณฑ์วิธีที่นิยมมาก
ก็คือการคัดรายชื่อจากเพื่อน ๆ และคนที่เรารู้จักนั้นเอง โดยนำรายชื่อดังกล่าวมาวางแผน และจัดแบ่งกลุ่มให้รายชื่อที่ได้รวบรวมไว้ตาม
ความเป็นไปได้ในการสนใจ โดยการหาข้อมูลเพิ่มเติมของแต่บุคคลซึ่งอาจจะหาได้จากกันพูดคุย
สอบถามโดยตรงกับบุคคลนั้นๆ หรือสอบถามเพื่อนคนอื่นๆ เช่น กลุ่มที่สนใจมากสามารถพิจารณาจากกลุ่มพนักงานเงินเดือนที่ไม่พอใจกับงานที่ทำอยู่ ในปัจจุบัน กลุ่มนักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษา
หรือกำลังหางานอยู่ กลุ่มคนที่ออกจากงาน เป็นต้น
2. คัดผู้มุ่งหวังที่สนใจในการทำธุรกิจ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ จึงจำเป็นต้องคัด
ผู้มุ่งหวังที่สนใจทำธุรกิจ โดยทำการคัดผู้มุ่งหวังจากรายชื่อที่เราได้มาในข้อ 1 ว่าเขาสนใจในการทำธุรกิจร่วมกับเรามากน้อยเพียงใด

- การชวนโดยตรงโดยการโทรศัพท์ อีเมล์ หรือจดหมายเชิญประชุม และพิจารณาจากการตอบรับของเขา
ว่าสนใจหรือไม่วิธีนี้มีข้อดีคือ ไม่ยุ่งยาก แต่จะได้ผู้มุ่งหวังน้อยราย เนื่องจากธรรมชาติของคน
จะมีกำแพงป้องกันตัวเองและยิ่งเป็นยุคสมัยนี้แล้ว คนกลัวจะโดนหลอก
บางคนแค่ชวนว่าจะแนะนำธุรกิจให้ก็วางสายเสียแล้ว ดีไม่ดีจะเสียเพื่อนเอาง่ายๆ ดังนั้นไม่ควร
รีบชวนในครั้งแรก ควรติดต่อกันก่อนสักพัก และค่อยเปิดโอกาสทางธุรกิจให้แก่บุคคลที่เราคิดว่าเขาสนใจจริง

- ให้เขาลองใช้ผลิตภัณฑ์ของเราก่อน เช่น โดยการบอกต่อแก้ไขปัญหาสภาพผิวให้เขา
หรือ แนะนำผลิตภัณฑ์เพื่อให้เขาใช้ทดแทนที่ใช้อยู่ปัจจุบัน เมื่อเขาเปิดใจกับผลิตภัณฑ์แล้ว
ลองให้เขาเริ่มแนะนำผลิตภัณฑ์ให้เพื่อนคนอื่นๆ โดยเราจะให้ค่า แนะนำสินค้าแก่เขา โดยวิธีนี้เราสามารถดูได้ว่าเพื่อนหรือคนรู้จักของเราคนไหนที่มีสามารถ และเริ่มสนุกกับการขาย สินค้า ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เราพบบุคคลที่เราต้องการ และเขาก็ยินดีที่จะทำธุรกิจกับเรา จะเห็นได้ว่าข้อดีก็คือสามารถหา
ผู้มุ่งหวังที่มีความสามารถได้ แต่ก็มีข้อเสียเพราะจะต้องใช้เวลามากกว่าวิธีแรก

3. แนะนำธุรกิจและแผนการขยายธุรกิจ
การแนะนำธุรกิจและอธิบายแผนการขยายธุรกิจถือว่าเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญที่สุดที่จะทำให้การขยายธุรกิจประสบความสำเร็จโดยหลังจากที่ได้ผู้มุ่งหวังจากขั้นตอนที่ 2 แล้ว จำเป็นที่จะต้องแนะนำธุรกิจและแผนการขยายธุรกิจ เพื่อที่จะให้เข้าใจถึงวิธีการทำงานนั้นเอง ก็เหมือนการเป็นแม่แบบนั้นเอง อะไรก็ตามที่แม่ทีมแนะนำสายงานก็จะนำไปปฎิบัติและแนะนำต่ออย่างนั้น
ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเป็นต้นแบบที่ดี จึงจะต้องมีความรู้จริงเรื่องความเป็นมาของบริษัผลิตภัณฑ์ และแผนการจ่ายผลตอบแทน ตามที่ได้รับการอบรมจากบริษัทฯ อย่างถ่องแท้ เพื่อที่เวลาไปแนะนำผู้มุ่งหวังคนอื่นๆ ต่อจะได้ประสบความสำเร็จ โดยเริ่มจาการแนะนำธุรกิจและแผนตลาดให้ผู้มุ่งหวังเกิดความเชื่อมั่นกับบริษัทฯ และทราบว่าบริษัทฯที่ตัวเองจะร่วมธุรกิจนั้นมีความเป็นมาเป็นอย่างไร และก็ต่อด้วยผลิตภัณฑ์ ของบริษัทฯ แบบย่อๆ พร้อมจุดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาดทั่วไป หลังจากนั้นจึงเริ่มแนะนำแผนการตลาด (การจ่ายผลตอบแทนและผลประโยชน์ต่าง ๆ)
ตลอดจนวิธีการขยายธุรกิจเครือข่ายของบริษัทฯ ซึ่งจำเป็นต้องมีแผนงานที่สามารถมองเห็นผลตอแทนได้อย่างชัดเจนทั้งนี้เพื่อเป็นการให้ข้อมูลผู้มุ่งหวังใช้ในการตัดสินใจว่าตนเองสามารถที่จะร่วมธุรกิจได้หรือไม่


4. การจัดประชุมและการอบรม

เพื่อเป็นการกระจายข่าวสาร ความรู้ ตลอดจนเทคนิค
การทำธุระกิจเครือข่าย
ในการรวมผู้จำหน่ายอิสระจำนวนมากๆ มาพร้อมๆ กัน แทนที่จะไปแนะนำเป็นรายๆ ซึ่งจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงกว่า
- สถานที่ที่ใช้ในการจัดประชุมและอบรม ควรเป็นสถานที่ ที่แลดูน่าเชื่อถือและได่มาตราฐาน เนื่องจากธุรกิจ เครือข่าย จำเป็นต้องเน้นภาพลักษณ์ และความเป็นมืออาชีพ ซึ่งประกอบไปด้วยบรรยากาศ อุณหภูมิ แสง เสียง การใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม/ทันสมัย เป็นต้น
- หัวข้อที่ใช้ในการอบรม ควรมีหลักสูตรการอบรมหลากหลาย
เช่น การอบรมสำหรับสมาชิกใหม่ การอบรมผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม หรือการอบรมวิธีการสร้างธุรกิจเฉพาะกลุ่ม เป็นต้นให้เหมาะกับกลุ่มผู้ฟัง เพื่อจะได้มีประสิทธิภาพสูงสุด
- ผู้ดำเนินรายการ (M/C) ควรจะจัดให้มี 2 คน ผู้ชายและผู้หญิง
เพื่อความสมบูรณ์ของบรรยากาศ การสร้างธุรกิจ และอารมณ์ของผู้ฟัง
- ผู้บรรยายในแต่ละหัวข้อ จะต้องมีความกระตือรือร้น มุ่งมั่น ตั้งใจ และการนำเสนอที่ไม่น่าเบื่อ


5. การติดตามและประเมินผล

ติดตามลูกทีมเราว่ามีการใช้จ่ายหรือดำเดินงานหรือป่าว ถ้ามีปัญหาอะไรก็ลงไปแก้ไขตามจุดนั้นๆ